Archive พฤศจิกายน 2019

ดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคปอดอักเสบ

โรคปอดอักเสบคืออะไร ?
โรคปอดอักเสบ (pneumonitis) คือ อาการอักเสบของเนื้อปอดที่เรียกว่าปอดบวมหรือโรคปอดอักเสบ เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ คือ ปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น การหายใจเอาฝุ่น ควัน หรือสารเคมีทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ ก็อาจทำให้เกิดภาวะปอดบวมได้เช่นเดียวกัน และปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อหรือที่เรียกว่า pneumonia ซึ่งพบได้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา จนทำให้เกิดการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบ โรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อนั้นมีความอันตรายต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ เนื่องจากบางครั้งหากติดเชื้ออาจรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
โรคปอดอักเสบสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัยแต่ในกรณีของปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อมักพบบ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบและผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

สาเหตุต่าง ๆ ของการติดเชื้อเกิดขึ้นได้ทั้งจากการ
– ไอ จาม หรือหายใจรดกัน ซึ่งเป็นการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศเข้าสู่ปอดโดยตรง
– การสำลักเชื้อที่สะสมอยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงสู่ปอด เช่น สำลักน้ำลาย อาหาร หรือสารคัดหลั่งในทางเดินอาหาร
– ผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อที่อวัยวะส่วนอื่นมาก่อนอาจเกิดภาวะการแพร่กระจายของเชื้อตามกระแสโลหิตจนลุกลามไปสู่ปอดและอวัยวะข้างเคียงได้

ข้อสังเกตง่าย ๆ สำหรับผู้ที่มีอาการของปอดติดเชื้อคือ
– ไอมีเสมหะ
– เจ็บหน้าอกขณะหายใจหรือไอ
– หายใจเร็ว หายใจหอบ หายใจลำบาก
– มีไข้ เหงื่อออก
– หนาวสั่นคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียอ่อนเพลีย

หากเกิดในผู้สูงอายุอาจมีอาการซึม ความรู้สึกสับสน อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ ส่วนเด็กเล็กอาจมีอาการท้องอืด อาเจียน ซึม ไม่ดูดนมหรือน้ำซึ่งระดับความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
อย่างไรก็ตามหากสำรวจดูแล้วว่าสิ่งที่เป็นมีอาการเบื้องต้นของปอดอักเสบควรไปพบแพทย์ทันทีเบื้องต้นแพทย์จะวินิจฉัยโรคปอดอักเสบโดยใช้การซักประวัติร่วมกับการตรวจร่างกาย

ข้อแนะนำการดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันการเกิดโรคปอดอักเสบ
1. ไม่สูบบุหรี่
2. ดูแลสุขอนามัยส่วนตัว เช่น หมั่นล้างมือเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนหนาแน่น
3. หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควันไฟ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หรืออากาศที่หนาวเย็นเมื่อเป็นหวัด หรือไข้หวัดใหญ่อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรักษาให้หายขาดแต่เนิ่น ๆ
4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้เพื่อ สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง

คิดจะบำรุงตับ คิดถึง SERGIS

คิดจะบำรุงตับ คิดถึง SERGIS

โรคตับที่ใครๆก็มองข้ามไม่ค่อยระวังกันเท่าที่ควร ทั้งๆที่มันสำคัญมากพอๆกับอวัยวะอื่น เพราะหากมีการเป็นโรคเกี่ยวกับตับแล้วมันจะเป็นเรื่องที่หนักเอาการเลยแหละ อย่างเช่นการเป็นตับแข็ง

โรคตับแข็ง นั้นก็คือการที่เนื้อเยื่อของตับนั้นถูกทำลายแบบต่อเนื่องและใช้เวลาในการทำร้ายนานพอสมควร ซึ่งอาจจะเกิดได้หลากหลายสาเหตุด้วยกัน

อาทิเช่นการเป็นแผลและเป็นพังผืดชึ้นมา ซึ่งมันจะก่อให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติต่อตับและจะทำให้ตับทำงานหนักขึ้นอีกด้วย ซึ่งนั้นจะหมายถึงการทำงานของตับอาจหยุดได้เช่นกัน และนั้นก็คือที่มาของคำว่าสภาวะตับวายเฉียบพลับ

โดยทั่วไปแล้วตับของเราจะเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ และมีความสำคัญในร่างกายมากเพราะต้องทำงานกระจายระบบต่างๆในร่างกาย อย่างเช่นการช่วยผลิตโปรตีนที่มีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือดและยังคอยขนส่งออกซิเจน หรือเป็นส่วนประกอบของระบบภูมิคุ้มกัน คอยผลิตน้ำดีที่เป็นสารสำคัญในการย่อยสลายไขมัน เป็นแหล่งสะสมน้ำตาลสำหรับใช้เป็นพลังงานสำรองของร่างกาย แต่เมื่อตับของเราทำงานลดลงจะทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติอื่นๆตามมา

 

โรคตับของเรานั้นไม่สามารถระบุอาการเฉพาะตัวของมันได้ ซึ่งช่วงแรกๆอาจจะไม่ทราบถึงอาการก็เป็นได้ หรือหากมีอาการก็อาจจะแสดงออกมาค่อนข้างน้อยมาก แต่เมื่อตับของเราถูกทำลายมากขึ้นเลื่อยๆ อาการผิดปกติต่างๆจะเริ่มตามมาเช่น มีอาการอ่อนเพลียหรือเหนื่อยง่าย คันตามผิดหนัง คลื่นไส้ หรืออาเจียน เบื่ออาหาร ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลด เกิดลอยข้ำหรือห้อเลือดได้ง่าย มีเลือดออกง่ายกว่าปกติ ตัวเหลืองและตาเหลือง หรือมีอาการทางสมอง