Archive มกราคม 2020

เครื่องช่วยฟัง

รีวิวจากคุณปราง ที่ใช้เครื่องช่วยฟัง

          เมื่อก่อนปรางก็หูปกติดีค่ะ ไม่ได้มีความผิดปกติอะไร แต่ปรางเป็นคนชอบคันหูมาก ปรางมักจะหาอะไรมาแหย่หูเสมอ เริ่มจากทุกเช้าหลังอาบน้ำ ปรางจะต้องเอาสำลีพ้นก้านไม้เช็คหูให้สะอาดทุกเช้า และเวลาอาบน้ำตอนเย็นก็ต้องเอาสำลีพันก้านไม้เช็ดหูอีกรอบเหมือนกันเรียกได้ว่าเช็ดทำความสะอาดทั้งเช้าและเย็นเลยทีเดียว

ซึ่งทำแบบนี้ทุกวันไม่มีวันหยุดเลยค่ะ และในบางวันในช่วงตอนกลางวันบางครั้งก็จะรู้สึกคันหู อยากหาอะไรมาแคะหู จึงได้หามาอะไรมาแหย่สุดท้ายก็ได้เส้นผมตัวเองนี่ละค่ะ เอามาพันกันแล้วแหย่หู ซึ่งพอทำครั้งแรก ครั้งต่อๆไปก็ติดเพราะนอกจากจะหายคันแล้วมันยังรู้สึกจักกะจี้หูดี เรียกได้ว่าช่วงหลังๆทำบ่อยมากเกือบทุกวัน

แต่มีอยู่มาวันหนึ่งเห็นขนนกตกอยู่หน้าบ้าน มองดูแล้วก็ดูสะอาดดีเลยหยิบมาถอนเอาขนออกบางส่วนเหลือปลายๆไว้ แล้วนำมาแหย่หู ความรู้สึกเดียวกับใช้เส้นผมตัวเองเลยค่ะ เลยทำแบบนี้เรื่อยมา จนอยู่มาวันหนึ่งเริ่มรู้สึกเจ็บที่หูด้านซ้าย  เจ็บอยู่ด้านเดียวช่วงนั้นจึงหยุดแหย่หูไปก่อนและผ่านไปสองวันมันสึกคันหูมากจนทนไม่ไหวก็กลับมาแหย่อีก ซึ่งหูก็ยังไม่หายเจ็บและมีความรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหึ่งๆในหูด้วยในบางครั้ง จึงเริ่มหยุดแหย่หู แต่ก็ไม่ได้ไปหาหมอค่ะ

จนรู้สึกเจ็บมากขึ้นและรู้สึกว่าการได้ยินเสียงคนที่มาพูดด้วย ไม่ค่อยได้ยิน รู้สึกเหมือนได้ยินไม่ชัดต้องให้เขาพูดใหม่หลายๆรอบ คนที่บ้านก็เริ่มสังเกตเห็นก็เลยบอกให้ปรางไปหาหมอ พอไปถึงที่โรงพยาบาล ก็ติดต่อหาหมอเฉพาะทางที่ดูแลเรื่องหูโดยตรง คุณหมอก็บอกว่าหูชั้นในมีการอักเสบ ก็เล่ารายละเอียดให้คุณหมอทราบ คุณหมอก็แนะนำให้ลองรักษาก่อนถ้าไม่หายก็จะต้องใช้ เครื่องช่วยฟัง เพราะว่าตอนนี้หูข้างซ้ายมีปัญหาหนักมาก แทบไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว ก็รักษาไปสักระยะแต่เพราะต้องทำงานไปด้วยจึงไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าหูเรามีความผิดปกติ ปรางเลยให้คุณหมอแนะนำเครื่องช่วยฟังให้ว่าต้องใช้แบบไหนยังไง ซึ่งตอนนี้หลังจากที่ปรางใช้เครื่องช่วยฟัง รู้สึกดีขึ้นมากไม่ต้องคอยบอกให้ใครต่อใครพูดซ้ำๆให้ฟังหลายรอบ

และที่สำคัญหลายคนไม่ได้รู้ว่าปรางมีปัญหาทางหูเพราะปรางเลือกใช้เครื่องช่วยฟังที่สอดใส่เข้าไปในรูหูแล้วปรางก็เอาผมของปรางปล่อยปิดตรงหูปกติ แค่นี้ชีวิตปรางก็มีความสุขมากเลยค่ะ หากใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินอย่างปรางลองใช้เครื่องช่วยฟังดูนะคะ 

ยาเลื่อนประจำเดือน ทำงานอย่างไร

ยาเลื่อนประจำเดือน ทำงานอย่างไร
ยาเลื่อนประจำเดือนไม่อาจจะใช้ชดเชยยาคุมได้ เพราะไม่มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันการมีครรภ์
ยาเลื่อนประจำเดือน จะได้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับคนที่มีรอบเดือนมาเป็นประจำ รวมทั้งทราบวันที่จะมีประจำเดือนที่แน่ๆ
สำหรับคนที่มีเลือดไหลแบบผิดปกติ ควรจะเจอหมอเพื่อตรวจค้นต้นสายปลายเหตุที่ชัดเจนซะก่อน เหตุเพราะการกินยาเลื่อนรอบเดือนบางทีอาจบังอาการโรคได้
ยาเลื่อนรอบเดือน เป็นทางออกของผู้หญิงที่ไม่ต้องการให้การมีรอบเดือนมาเกิดเรื่องกวนใจเพราะว่าหลายคราที่ขอเลื่อนแผนท่องเที่ยว ขยับแล้วขยับอีกก็ไม่ลงตัว การหันไป “เลื่อนรอบเดือน” ก็เลยเป็นทางออกที่ดีมากกว่า

ยาเลื่อนรอบเดือนออกฤทธิ์เช่นไร?
สตรีทุกๆ คนที่ถึงวัยเจริญพันธุ์จะมีเลือดไหลจากช่องคลอดหรือรอบเดือน ในทุกๆ28-30 วัน โดยภายหลังจากมีรอบเดือนแล้วกรรมวิธีภายในร่างกายจะกระทำคัดเลือกไข่จัดเตรียมไว้กระทั่งไปถึงกึ่งกลางรอบเดือน สำหรับคนที่มีรอบเดือนตรงสม่ำเสมอทุกเดือน 28-30 วัน โดยประมาณวันที่ 14-15 นับตั้งแต่การมีรอบเดือนวันแรก จะเป็นวันตกไข่ ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ขึ้นมา ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนาตัวขึ้นเพื่อรองรับตัวอ่อน โดยประมาณ 2 อาทิตย์ ถ้าเกิดว่าไม่มีการมีท้องเกิดขึ้น สมองจะสั่งให้หยุดสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เยื่อบุโพรงมดลูกที่หนานั้น ก็จะหลุดออกมาทุกๆ เดือน

ยาเลื่อนรอบเดือน หรือ ยาเลื่อนเมนส์ เป็นฮอร์โมนกรุ๊ปโปรเจสเตอโรน ก็เลยช่วยปรับให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่ดกตัวนั้นไม่หลุดออกมา สำหรับคนที่ปรารถนาเลื่อนรอบเดือน จำเป็นต้องทราบวันที่มีรอบเดือนของตนที่แน่ๆ อย่างเช่น เมนส์มาทุกวันที่ 29 แล้วก็มาบ่อยๆ 2-3 วัน แปลว่าไข่ตกโดยประมาณวันที่ 14-15 โดยเหตุนั้นถ้าหากต้องการเลื่อนรอบเดือนออกไปก็จำเป็นต้องทำให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนยังคงอยู่ โดยการบังคับธรรมชาติให้สร้างฮอร์โมนมาในตอนกึ่งกลางรอบเดือน ซึ่งทำได้ด้วยการกินฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเข้าไป ตามปริมาณวันที่ปรารถนาจะเลื่อน แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยหยุดรับประทานยา ซึ่งเมื่อหยุดยา เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดออกมากลายเป็นประจำเดือน