Category สุขภาพเกี่ยวกับหู

เครื่องช่วยฟัง

รีวิวจากคุณปราง ที่ใช้เครื่องช่วยฟัง

          เมื่อก่อนปรางก็หูปกติดีค่ะ ไม่ได้มีความผิดปกติอะไร แต่ปรางเป็นคนชอบคันหูมาก ปรางมักจะหาอะไรมาแหย่หูเสมอ เริ่มจากทุกเช้าหลังอาบน้ำ ปรางจะต้องเอาสำลีพ้นก้านไม้เช็คหูให้สะอาดทุกเช้า และเวลาอาบน้ำตอนเย็นก็ต้องเอาสำลีพันก้านไม้เช็ดหูอีกรอบเหมือนกันเรียกได้ว่าเช็ดทำความสะอาดทั้งเช้าและเย็นเลยทีเดียว

ซึ่งทำแบบนี้ทุกวันไม่มีวันหยุดเลยค่ะ และในบางวันในช่วงตอนกลางวันบางครั้งก็จะรู้สึกคันหู อยากหาอะไรมาแคะหู จึงได้หามาอะไรมาแหย่สุดท้ายก็ได้เส้นผมตัวเองนี่ละค่ะ เอามาพันกันแล้วแหย่หู ซึ่งพอทำครั้งแรก ครั้งต่อๆไปก็ติดเพราะนอกจากจะหายคันแล้วมันยังรู้สึกจักกะจี้หูดี เรียกได้ว่าช่วงหลังๆทำบ่อยมากเกือบทุกวัน

แต่มีอยู่มาวันหนึ่งเห็นขนนกตกอยู่หน้าบ้าน มองดูแล้วก็ดูสะอาดดีเลยหยิบมาถอนเอาขนออกบางส่วนเหลือปลายๆไว้ แล้วนำมาแหย่หู ความรู้สึกเดียวกับใช้เส้นผมตัวเองเลยค่ะ เลยทำแบบนี้เรื่อยมา จนอยู่มาวันหนึ่งเริ่มรู้สึกเจ็บที่หูด้านซ้าย  เจ็บอยู่ด้านเดียวช่วงนั้นจึงหยุดแหย่หูไปก่อนและผ่านไปสองวันมันสึกคันหูมากจนทนไม่ไหวก็กลับมาแหย่อีก ซึ่งหูก็ยังไม่หายเจ็บและมีความรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหึ่งๆในหูด้วยในบางครั้ง จึงเริ่มหยุดแหย่หู แต่ก็ไม่ได้ไปหาหมอค่ะ

จนรู้สึกเจ็บมากขึ้นและรู้สึกว่าการได้ยินเสียงคนที่มาพูดด้วย ไม่ค่อยได้ยิน รู้สึกเหมือนได้ยินไม่ชัดต้องให้เขาพูดใหม่หลายๆรอบ คนที่บ้านก็เริ่มสังเกตเห็นก็เลยบอกให้ปรางไปหาหมอ พอไปถึงที่โรงพยาบาล ก็ติดต่อหาหมอเฉพาะทางที่ดูแลเรื่องหูโดยตรง คุณหมอก็บอกว่าหูชั้นในมีการอักเสบ ก็เล่ารายละเอียดให้คุณหมอทราบ คุณหมอก็แนะนำให้ลองรักษาก่อนถ้าไม่หายก็จะต้องใช้ เครื่องช่วยฟัง เพราะว่าตอนนี้หูข้างซ้ายมีปัญหาหนักมาก แทบไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว ก็รักษาไปสักระยะแต่เพราะต้องทำงานไปด้วยจึงไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าหูเรามีความผิดปกติ ปรางเลยให้คุณหมอแนะนำเครื่องช่วยฟังให้ว่าต้องใช้แบบไหนยังไง ซึ่งตอนนี้หลังจากที่ปรางใช้เครื่องช่วยฟัง รู้สึกดีขึ้นมากไม่ต้องคอยบอกให้ใครต่อใครพูดซ้ำๆให้ฟังหลายรอบ

และที่สำคัญหลายคนไม่ได้รู้ว่าปรางมีปัญหาทางหูเพราะปรางเลือกใช้เครื่องช่วยฟังที่สอดใส่เข้าไปในรูหูแล้วปรางก็เอาผมของปรางปล่อยปิดตรงหูปกติ แค่นี้ชีวิตปรางก็มีความสุขมากเลยค่ะ หากใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินอย่างปรางลองใช้เครื่องช่วยฟังดูนะคะ 

ต้นเหตุที่ก่อให้เกิดการหูตึงหรือก่อให้เกิดเกี่ยวกับการได้ยินที่ผิดเพี้ยน

การเกิดปัญหาจากการได้ยินหรือการสูญเสียการได้ยินนั้นส่วนใหญ่มักจะเป็นสำหรับผู้มีอายุที่สูง ซึ่งการได้ยินบกพร่องแบบนี้มักจะเป็นการเสื่อมสภาพตามอายุของวัยนั่นเอง ดังนั้นมันเป็นการที่ทุกคนจะต้องเผชิญกับมันเมื่อถึงวัยอันควร แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าวัยอื่นๆจะมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินแบบนี้ไม่ได้ เพราะปัญหาต่างๆเหล่านี้สามารถเป็นได้ในทุกคนและทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มักจะพบมากที่สุดกับวัยสูงอายุเท่านั้นเอง

การใช้ชีวิตบนความเสี่ยงแบบไม่ระวังก็เสี่ยงให้เกิดปัญหาหูตึงได้โดยไม่ต้องรอแก่

ควรหลีกเลี่ยงหรือระวังการฟังเสียงที่มีความดังมากเกินไปเป็นเวลานานๆ

คนส่วนใหญ่มักชื่นชอบเสียงเพลงที่มีการเปิดด้วยความเสียงดัง หรือชอบนำตนเองไปอยู่ในสถานที่ที่มีการใช้เสียงที่ดัง จนลืมไปว่าการที่เราอยู่ในที่ที่มีเสียงดังมากเกินไป หรืออยู่กับเสียงดังที่เป็นเวลานานๆอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการได้ยินของหูของตนได้ ซึ่งนั้นจึงเป็นต้นเหตุให้การรับฟังของเรามีการเสื่อมคุณภาพก่อนเวลาอันควรได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นการท่องราตรี หรือการทำงานที่อยู่ใกล้กับเครื่องจักรต่างๆที่มีความดังและใช้เวลานาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นการทำให้ระบบของการได้ยินเสื่อมคุณภาพตามลงไปด้วย

หากเราไม่สามารถหลีกปัญหาเหล่านี้ได้ เราควรหาตัวช่วยหรืออุปกรณ์มาช่วยให้การได้ยินเสียงที่มีความดังมากให้ลดลงจากเดิม เช่น การหาเอียปลั๊กมาใส่เพื่อเป็นการลดเสียงให้ดังน้อยลง หรืออาจจะหาที่ครอบหูเพื่อเป็นตัวช่วยอีกทางก็ได้เช่นกัน หากไม่หาวิธีป้องกันหรือปล่อยให้มันเป็นเวลาที่ยาวนาน อาจะก่อให้เกิดการรักษาไม่ได้โดยคุณเองอาจจะต้องพึ่ง เครื่องช่วยฟัง เพื่อเป็นตัวช่วยเหมือนถึงเวลาที่สาย

ควรระวังในการทำกิจกรรมต่างๆที่มันเสี่ยงให้เกิดอันตรายต่อการได้ยิน

คุณทราบหรือไม่ว่ากิจกรรมบางอย่างที่คุณทำนั้น อาจจะส่งผลต่อระบบการได้ยินของหูของคุณ เพราะเนื่องจากการเกิดแรงดันในการทำกิจกรรมต่างๆนั้น ส่งผลที่ก่อให้เกิดอันตรายเป็นอย่างยิ่งเช่น การที่คุณได้ทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำที่ลึกเพื่อลงไปดูประการัง หรืออาจจะเป็นการเดินทางด้วยการขึ้นเครื่องบิน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้คุณทราบหรือไม่ว่ามันทำให้เราเกิดอาการหูอื้อได้นั่นเอง 

ซึ่งอาการของหูอื้อนั้นมันคืออาการที่เกิดจากความดันในหูชั้นกลางของเรานั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันหรือเร่งด่วน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมอะไรก็ตามที่เป็นการก่อให้เกิดความเสี่ยงเหล่านี้หรือสามารถส่งผลให้ก่อเกิดการที่ทำให้เราหูอื้อได้นั้น เราควรหลีกเลี่ยงเพื่อระบบการได้ยินของตัวคุณเองนะคะ