Category สุขภาพ

ท้องเสียใครว่าไม่น่ากลัว

โรคอหิวาตกโรค  เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย  ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด  เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารโดยตรง

ทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่าทุกคน  เร่งรีบในการใช้ชีวิตประจำวันมาก  การอาศัยอยู่ในที่ชุมชนแออัด  ทำให้แหล่งบริเวณที่เราอาศัยอยู่นั้นสกปรก  รวมทั้งมีแมลงวัน  หรือสัตว์ชนิดอื่นอาศัยอยู่จำนวนมาก  ทำให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคต่างๆมากมาย

การเร่งรีบในการทำมาหากินของคนเรา  ทำให้เราเองไม่มีเวลาในการทำอาหารรับประทานเอง  หลายคนฝากท้อง  ทั้งอาหารเช้า  เที่ยง  เย็น  ไว้กับร้านค้าร้านอาหารใกล้บ้านหรือร้านที่เราสะดวก  ทำให้เกิดร้านอาหารเกิดขึ้นมากมาย  ขายอาหารตามสั่ง  ข้าวแกง  แม้นแต่อาหารปิ้ง  ทอด ก็เกิดขึ้นมากมายให้เราเลือกหลายร้าน  บางร้านอาจมีคุณภาพควบคุมความสะอาดของอาหารได้ดี  แต่ก็ย่อมมีบางร้านที่ความคุมความสะอาดไม่ดีพอ  เช่น  อาจไม่ล้างพักหรือล้างไม่สะอาดพอ  ก่อนนำมาประกอบอาหาร  รวมทั้งพวกเนื้อสัตว์ต่างๆอาจล้างไม่สะอาดพอ 

นอกนั้นยังรวมถึงภาชนะที่นำมาบรรจุอาหารอาจไม่สะอาด  ควบคุมความสะอาดไม่ดีพอ  เมื่อผู้คนมาซื้ออาหารไปรับประทาน  บางคนอาจมีธาตุที่แข็งแรงอาจไม่เป็นอะไรมาก  อาการจะเริ่มหลังจากได้รับประทานอาหารที่ไม่สะอาดเข้าไป  ประมาณ  6-12  ชั่วโมง  เริ่มมีอาการเริ่มแรกแค่อาจจะรู้สึกคลื่นไส้  ท้องไส้ปั่นป่วนแต่ไม่ถึงกับท้องเสีย

  อยู่ประมาณสักครึ่งวันอาการก็ดีขึ้นเอง  แต่กับบางคนที่ธาตุไม่แข็งแรงพอ  แค่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ประมาณ  1-2  ชั่วโมงแรกก็เกิดอาการขึ้น พอได้รับอาหารที่ไม่สะอาดอาจจะเกิดจากหลายๆอย่างทำให้  คนเหล่านั้นเกิดอาการ  คลื่นไส้อาเจียน  ท้องเสียอย่างรุ่นแรง  เกิดภาวการณ์ขาดน้ำของร่างกายอย่างรุนแรง  หากรักษาไม่ทันท่วงทีอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำช็อค  และเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว  

หากเราเองหรือคนรอบข้างเรามีอาการท้องเสีย  อาเจียนจากการรับประทานอาหาร  เราควรรักษาภาวะขาดน้ำก่อน  คือ หาเกลือแร่ให้ดื่ม  หากท้องเสียบ่อย ให้กินน้ำเกลือแร่บ่อยๆ  ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบพาส่งโรงพยาบาลทันที  หากอาการไม่รุนแรงให้จิบน้ำเกลือแร่บ่อยๆ  ดื่มน้ำตามมากๆทานอาหารอ่อนๆและสะอาด บางรายอาจไม่ต้องไปโรงพยาบาลก็ได้อาการก็จะดีขึ้นเอง  แต่อาจที่เกิดจากโรคอหิวาตกโรคนี้กับเด็กหรือผู้สูงอายุ  อาการจะรุนแรงกว่าคนปกติ  ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลดีที่สุด

หากเราเลี่ยงไม่ได้ในการซื้ออาหารรับประทาน  เราควรเลือกร้านที่ดูสะอาด  ภาชนะที่บรรจุอาหารได้คุณภาพ  แม่ค้าแต่งกายสะอาด  และเลือกรับประทานอาหารที่ร้อน  หรือนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนการรับประทาน  จะเป็นทางออกที่ดีในการรับทานอาหารที่เราไม่ได้ปรุงเองได้ดีที่สุด

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยฮานอยเล่นยังไง

มารู้จักโรคลมหลับกันเถอะ

       

          คุณเคยพบปัญหาอยากนอนหลับในเวลากลางวันทั้งที่ตอนกลางคืนก็นอนหลับพักผ่อนปกติไหมค่ะ หลายคนคงเคยมีอาการแบบนี้แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ซึ่งบางครั้งสาเหตุการง่วงนอนในตอนการวันอาจมีผลมาจากกลางคืนนอนพักผ่อนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่บางครั้งอาจมีสาเหตุมาจากการเกิดโรค 

        หลายคนคงไม่เคยรู้จักโรคลมหลับ มาก่อน ซึ่งโรคนี้มีสาเหตุมาจาก ความผิดปกติของสมอง  ที่มีผลทำให้มีอาการง่วงนอนระหว่างวันซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเรา ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้นั้น ส่วนใหญ่มาจาก

  1. เกิดจากสาร Hypocretin ต่ำซึ่งสารนี้ปกติจะมีหน้าที่กระตุ้นให้สมองตื่น
  2. มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม
  3. อาจเคยมีอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่สมองในส่วนของการควบคุมการนอน
  4. อาจมีสาเหตุมาจากความเครียด หรือแม้แต่มีภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง

          หากคนที่เป็นโรคนี้จะมีการแสดงอาการดังนี้ คือ จะง่วงนอนเป็นอย่างมากในเวลากลางวัน รู้สึกอ่อนเพลียไม่มีแรง อยากนอนอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ตอนกลางคืนก็นอนหลับสนิท ซึ่งจะส่งผลให้บางครั้งนั่งเรียน หรือนั่งทำงานอยู่ดีๆ อาจจะมีการงีบหลับไปโดยที่ไม่รู้ตัวเอง ซึ่งจะมีผลเกี่ยวพันต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก บางคนมีอาการมากขนาดที่ไม่สามารถลืมตามาคุยได้ทั้งที่ยังสติความรับรู้เต็มร้อย สำหรับคนที่เป็นโรคนี้อาจมีอาการนอนละเมอในเวลากลางคืนร่วมด้วย

          หากเราพบว่าอาการชอบง่วงนอนในตอนกลางวันทั้งที่กลางคืนก็นอนหลับปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบว่าเราเป็นโรคนี้หรือไม่ เพื่อจะได้รักษาต่อไป เนื่องจากโรคนี้มีผลกับการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ซึ่งคุณหมอจะมีการสอบถามอาการและซักประวัติว่าปกติแล้วนอนเวลาไหน อย่างไร มีการง่วงนอนกลางวันบ่อยแค่ไหน อาจจะมีการให้บันทึกข้อมูลประวัติการนอนมาประกอบการรักษา หรือบางครั้งคุณหมออาจจะให้นอนที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ ดูลักษณะการนอน ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่   และหากพบว่าเป็นโรคลมหลับ ทางแพทย์จะทำการรักษาด้วยการใช้ยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท เป็นยากระตุ้นให้ตื่น เช่น   แอมเฟตามีน  ไพรทริปไทลีน โซเดียม ออกซิเบต และยาต้านเศร้า

          นอกจากที่จะต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งแล้ว การดูแลตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากพบว่าตัวเองเป็นโรคชนิดนี้ ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และหยุดสูบบุหรี่ และมีการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันสม่ำเสมอ ที่สำคัญควรจัดตารางการนอนโดยพยายามเข้านอนและตื่นเวลาเดิมๆทุกวันเพื่อให้ร่างกายชินกับช่วงเวลานอนของตัวเราเอง 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

ลดอาการบวมน้ำด้วยผลไม้และผัก 

หลายๆคนนั้นที่กำลังจะพยายามที่จะลดน้ำหนักอยู่เพื่อที่อยากจะให้ตัวเองนั้นดูดีและมีหุ่นที่สวยงาม  ดังนั้นการที่เราออกกำลังกายและเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ  และการที่เราชั่งน้ำหนักเพื่อที่จะอยากที่จะเห็นตัวเลขของการที่เราจะได้เห็นน้ำหนักที่ลดลง  เพื่อที่ว่าตัวเรานั้นจะได้มีทรวดทรงเอวที่เราต้องการ  แต่กลับมองดูแล้วว่าการที่เราทำไปนั้นรู้สึกว่าเราบวมขึ้น  เหมือนกับการอืดๆ  เหมือนกับการมีไขมันส่วนเกินในร่างกายที่เราคิดว่าการที่เราทำไปนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย  

      สาเหตุที่ทำให้ตัวเราบวม  

อาการแบบนี้ซึ่งเป็นสัญญาณที่ทำให้เรานั้นรู้ว่าเราอยู่ในช่วงที่มีภาวะร่างกายของการที่เราบวมน้ำ  ซึ่งสาเหตุเหล่านี้นั้นจะเกิดจากการที่เรากินอาหารที่มีรสชาติที่เค็ม  เพราะว่าเรากินโซเดี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่ออาการที่เราตัวบวมน้ำ  เพราะว่าร่างกายของเรานั้นจะต้องเก็บกักเพื่อช่วยขับโซเดี่ยมส่วนจากการที่เราออกจากเกิดออกจากไต  รวมไปถึงการที่เรากินอาหารที่เรากินเข้าไปส่วนจำพวกที่เป็นไฟเบอร์หรือว่าการที่เรากินกากใยอาหารที่มากเกินไป

  ซึ่งจะส่งผลให้เรานั้นเกิดอาการท้องอืด  และยังร่วมไปถึงการที่เรากินอาหารกลุ่มอาหารที่มีแก๊สสูง  เช่น  สตอ  หน่อไม้ฝรั่ง  ชะอม  หรือว่าแม้กระทั่งถั่วงอก  แต่ว่าอาหารที่เราพูดถึงเหล่านี้นั้นก็สามารถที่จะลดแก๊สได้ด้วยการเลือกการกินอาหารที่เราทำสุกแล้ว   และยังไปร่วมไปถึงการที่เราเป็นประจำเดือน  ก็ส่งผลให้ร่างกายในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นมีอาการตัวบวมได้เช่นกัน   

          อาหารที่ตัวช่วยในการที่เราลดอาการตัวบวมน้ำ  

ส่วนสาวๆที่กังวลในเรื่องของอาการที่เราตัวบวมน้ำหรือว่ามีพุงออก หรือว่าอาการท้องอืด  ที่เรานั้นสามารถที่จะดูแลและลดลงได้  ด้วยการที่เรานั้นเลือกการรับประทานอาหาร  ที่ทำให้เรามีอาการเหล่านั้นที่ลดลงได้  

  • ผักสีเขียว   ในผักที่เรารู้กันอยู่แล้วนั้นว่าในผักมีส่วนผสมของแมกนีเซียม  ที่ช่วยในการย่อยหรือว่าการดูดซึมอาหาร  ฟอสเฟต  แคลเซี่ยม  ที่สามารถที่จะช่วยในการลดอาการท้องอืดได้  
  • หน่อไม้ฝรั่ง  แพทย์ที่เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญนั้นได้กล่าวไว้ว่า  สาเหตุที่เราตัวบวมน้ำมักจะเป็นผลมาจาก  เซลล์ในร่างกายที่เก็บน้ำส่วนเกินเอาไว้   แต่ว่าไม่ได้รับสัญญาณที่ปล่อยน้ำ   หน่อไม้ฝรั่ง  นั้นยังช่วยทำหน้าที่เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ  เพื่อที่จะช่วยในร่างกายของการขับปัสสาวะส่วนเกินของร่างกายนั้นได้ดีขึ้น  
  • แตงโม  เป็นเป็นผลไม้ที่มีน้ำเยอะในการที่เรากินแตงโมเข้าไปแล้วนั้นจะช่วยให้ร่างกายของเรานั้นสดชื่นแล้ว  ยังช่วยในเรื่องของการขับโซเดี่ยมที่เป็นส่วนเกินนั้นออกไปด้วย  ยังช่วยในการปรับสมดุลของน้ำในร่างกายให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมอีกด้วย  

 

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

ปฏิบัติตัวและการดูแลตัวเองของผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์  

การที่เราติดเชื้อจากโรคเอดส์นั้นเราก็ควรที่จะปรับตัวเพื่อที่จะดูแลตัวเองไม่ให้แพร่เชื้อ   หรือว่ารับเชื้อที่เพิ่มเข้าสู่ร่างกายอีก  การที่เราต้องบอกญาติหรือว่าคนใกล้ชิดหรือว่าครอบครัวเป็นเรื่องที่หนักใจอย่างมาก   แต่ถ้าการที่เราบอกกับครอบครัวจะทำให้คนในครอบครัวรู้รักการที่ดูแลตัวเองเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้รับเชื้อหรือว่าตัวของผู้ที่ป่วยนั้นต้องดูแลตัวเอง  

  • สิ่งแรกเมื่อเรารับรู้ว่าเราเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อนั้นสิ่งแรกที่เราต้องปฏิบัติคือการที่เราต้องกินยาอย่างเคร่งครัด  เพราะว่าการที่เรากินยาตรงต่อเวลานั้นจะช่วยให้ยาที่เรากินเข้าไปต้านเชื้อเพื่อที่จะไม่ให้ลุกราม  หรือว่าแพร่กระจาย  
  • การที่เราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อที่จะได้ให้ร่างกายแข็งแรง  อย่างเช่น  ผัก  ผลไม้  หรือว่าธัญพืชแบบนี้เป็นต้น  การที่เราเหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไป  การที่เราดูแลเรื่องอาหารการกินก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดี  และลดอาการข้างเคียงเมื่อเราจะมีภาวะแทรกซ้อน   
  • การที่เราออกกำลังกาย   นอกจากการที่เราได้ออกกำลังกายแล้วทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีแล้ว   ยังช่วยทำให้ผู้ที่เป็นผู้ป่วยนั้นได้กระตุ้นให้ระบบเผาผลาญอาหารของผู้ที่ติดเชื้อนั้นได้ทำงานที่ดีขึ้นอีกด้วย 
  • การที่เราดูแลสุขภาพ   ซึ่งจะว่าเป็นเรื่องที่ปกติก็ได้เพราะว่าผู้ที่ป่วยนั้นจะเป็นโรคเครียดหรือว่าซึมเศร้า  และก็วิตกกังวลใจ  เพราะรู้ว่าตัวเองติดเชื้อเอดส์   ดังนั้นผู้ที่ป่วยก็ควรที่จะได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ   ทางด้างสุขภาพจิต เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำ และร่วมไปถึงการพูดคุย  เพื่อที่จะได้คลายความกังวลใจ  และได้รับกำลังใจ จากคนที่เป็นผู้ป่วยโรคนี้เช่นกัน  
  • การเลิกบุหรี่  ผู้ป่วยที่ติดเชื้อนั้นได้รับผลข้างเคียงต่างๆ  จากการสูบบุหรี่มากกว่าคนอื่นทั่วไป  เพราะว่าการที่เราสูบบุหรี่ยังเสี่ยงให้แทรกซ้อนเกิดจากร้ายแรง   อย่างเช่น   โรคหัวใจ  โดรมะเร็ง  โรคปอด  แบบนี้เป็นต้น  
  • ลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อเอชไอวี  เมื่อเรารู้ตัวว่าเราติดเชื้อสิ่งแรกที่เราต้องรู้คือการที่เราต้องกันเพื่อที่จะไม่ให้แพร่กระจายแก่คนอื่น  รู้จักวิธีป้องกัน   การที่เราติดเชื้อเอดส์มาคือส่วนมากคือการที่มีเพศสัมพันธ์ และไม่ใส่ถุงยางอนามัย  ดังนั้นการที่เรารู้จักป้องกันโดยการที่เราใส่ถุงยางอนามัยเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เรานั้นแพร่เชื้อไปสู้คนอื่น  
  • ป้องกันตนเองจากการติดเชื้ออื่นๆ  หมั่นดูแลรักษาสุขภาพปากและฟันหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง  โดยการที่เรากลั้วคอและบ้วนปากด้วยเกลือ   รักษาโรคเหงือกและฟันที่อยู่อย่างน้อยๆนั้นเราก็ควรที่จะตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละครั้ง 

 

 

ขอบคุณ  ชุดตรวจ hiv  ที่ให้การสนับสนุน

วิธีการที่เราเปลี่ยนตัวเองไม่ให้เบื่อ  

เมื่อเรานั้นเริ่มที่จะตกอยู่ในสภาพของที่จะเป็นโรคซึมเศร้าเราก็ต้องเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะว่าถ้าเรานั้นปล่อยตัวเองให้จมอยู่ในเรื่องเดิมๆนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อสุขภาพและร่างกายการที่เราออกไปข้างนอกบ้างก็เป็นเรื่องที่ดีไปหาเพื่อนที่จะไม่ไม่เหงาและจะไม่ทำให้เรานั้นคิดมากและกลับมาใช้ชีวิตที่จำเจเหมือนเดินวันนี้เรานั้นจะมาบอกวิธีในการที่เราแก้ไขในโรคซึมเศร้าหรือว่าอากรที่เราเบื่อนั้นง่ายมีอะไรบ้าง 

  • เมื่อเราเบื่อเราก็เปลี่ยนตัวเองซะ  ในการที่เรานั้นเริ่มที่จะเบื่อตัวเองเราก็กลับมาดูแลตัวเองอย่างเช่นการที่เราเปลี่ยนลุกในการแต่งตัว  หรือว่าจะเป็นการที่เราเปลี่ยนทรงผม   อย่างนี้เป็นต้น  และการที่เราเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้นเราก็ไม่ควรที่จะเรียนแบบคนอื่นเพราะว่าเราควรที่จะเปลี่ยนลุคในแบบของเราเป็นตัวของตัวเองนั้นดีที่สุด  เมื่อเราเปลี่ยนตัวเองแล้วเราก็ควรที่จะเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมข้างๆอย่างเช่น  การที่เราปรับเปลี่ยนหรือว่าตกแต่งบ้าน  จัดสวนใหม่  หรือว่าปรับเปลี่ยนการจัดมุมของบ้าน  เพื่อที่จะได้มีความแปลกใหม่  หรือว่าแปลกตา   หรือว่าการที่เราไปทำงานนั้นเราก็ควรที่จะเปลี่ยนเส้นทางในการทำงานอย่างเช่นถ้าเรานั้นนั่งรถไปทำงานนั้นเราก็เปลี่ยนมาเป็นการนั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน   หรือว่ารถใต้ดินบ้างเพื่อที่เราจะได้เห็นความแปลกใหม่หรือว่าจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆนั้นเพิ่มขึ้น 
  • การที่เราจดบันทึก  ในการที่เราจดบันทึกประจำวันเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าจะทำให้เรามีเรื่องราวที่เรานั้นสามารถที่จะจดจำ  แต่ว่าการที่เราจดบันทึกเราก็ควรที่จะจดบันทึกในแต่เรื่องที่ดีๆ เพราะว่าจะทำให้เรานั้นยิ้มได้กับเรื่องราวที่มีความสุข  
  • หยุดเสพติดในโลกโซเชี่ยว   การที่เราเล่นโซเชี่ยวเพื่อที่จะหาเพื่อนคุยหรือว่าหาข่าวเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองนั้นจำอะไรที่จำเจนั้นก็ดีแต่ถ้าเรานั้นเกิดเสพติดในการในเรื่องโซเชี่ยวที่มากมายนั้นก็จะทำให้เราดูแย่ไปเพราะว่าในโลกโซเชี่ยวนั้นมักจะมีแต่คนที่ชอบอวดในเรื่องที่มีความสุขกัน  แต่ถ้าเราเป็นคนที่เบื่อตัวเอง  ถ้าเราไปเจอในโลกโซเชี่ยวที่จะอวดความสุขกันก็จะทำให้เราเครียดไปกว่าเก่า  
  • หากิจกรรมทำ  การที่เราหากิจกรรมอะไรที่มันๆเหวี่ยงสุดนั้นก็ทำให้เรานั้นลืม  หรือว่าการที่เราชื่นชอบในการช็อปปิ้งนั้นเราก็ควรที่จะออกไปหาอะไรกินหรือว่าไปซื้อของเพื่อที่จะคลายความทุกข์ของเรานั้นได้  หรือว่าการที่เราไปเที่ยวสวนสนุกกับเพื่อนนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าจะได้สนุกและทำให้ชีวิตของเรามีสีสันมากขึ้น  
  • การที่เรานั้นตั้งเป้าหมายในชีวิต    อย่างเช่นการที่เรานั้นตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าเราจะลดน้ำหนักภายในหนึ่งเดือนนั้นน้ำหนักของเราจะลด 2 กิโล  แล้วถ้าเรานั้นทำสำเร็จเราก็ควรที่จะให้รางวัลตัวเองด้วยเมื่อเราทำสำเร็จ  

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

การดูแลดวงตา

ดวงตาเป็นหน้าต่างของชีวิตเลยก็ว่าได้เพราะดวงตาเป็นอวัยวะส่วนที่ทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวได้ สามารถทำให้เราใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย และหากเราไม่มีดวงตานั้นเชื่อว่าการใช้ชีวิตเราจะดำเนินไปอย่างยากลำบากแน่นอน ดังนั้นการดูแลและรักษาดวงตาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและควรให้ความใส่ใจอย่างมาก เพราะดวงตานั้นจะต้องอยู่คู่กับเราไปตลอดชีวิตนั่นเอง

การดูแลรักษาดวงตาควรเริ่มจากการตะหนังว่าดวงตานั้นคือหน้าต่างของชีวิตเรานั่นเองและจะทำให้เรารักในดวงตาดวงนั้นและพยายามดูแลดวงตาให้ดีที่สุด การดูแลและรักษาดวงตาเบื้องต้นก็คือ การนอนพักผ่อนให้เพียงพอนั่นเอง เพราะการนอนนั้นถือว่าเป็นการพักผ่อนทั้งทางร่างกายและดวงตาด้วยเพราะเมื่อเรานอนหลับก็คือการหลับตาให้ดวงตานั้นหลับสนิทและไม่กระทบกับสิ่งเร้าต่อดวงตากับสิ่งรอบตัวนั่นเอง เพียงการอนพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นวิธีที่ง่ายมากๆสำหรับการดูแลรักษาดวงตา และเมื่อตื่นนอนก็เหมือนเป็นการรีเซ็ทดวงตาให้พร้อมรับหรือสัมผัสสิ่งเร้าสิ่งต่างๆรอบตัวได้และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากว่ามีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถนอนพักผ่อนได้เพียงพอจริงๆนั้นก็สามารถใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นในประคบดวงตาและทิ้งไว้ประมาณ15-30 นาที ก็จะสามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าของดวงตาได้และยังเป็นการช่วยรักษาดวงตาที่อ่อนล้าจากการนอนหลับไม่เพียงพอด้วยได้นั่นเอง 

ขั้นตอนถัดมาของการดูแลรักษาดวงตาคือการล้างดวงตา เพราะว่าในแต่ละวันนั้นเราต้องเจอฝุ่นและภาวะมากมาย ซึ่งอาจจะมีละองฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆลอยมากับลมแล้วเข้าไปในดวงตาเราได้ ซึ่งถ้าเป็นฝุ่นที่มีขนาดใหญ่เราก็จะรู้สึกเคืองตาและทราบว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตาเรา แต่หากว่าสิ่งนั้นเป้นสิ่งที่มีขนาดเล็กมากและไม่ทำให้เราเคืองตาบางครั้งก็อาจจะเกิดการสะสมและอาจก่อให้เกิดเป็นเชื้อโรคในดวงตาได้ ดังนั้นการล้วงดวงตาให้สะอาดในทุกๆวันจึงสำคัยอย่างมาก การล้างดวงตาแบบง่ายก็คือการลืมตาในน้ำและกระพรอบตาไปมาประมาณ30วินาที ก็เป็นการดูแลรักษาดวงตาอีกขั้นตอนหนึ่ง แม้จะเป็นวิธีที่ง่ายๆแต่ก้สามารถช่วยดูแลและรักกษาดวงตาของเราได้จริงๆ

การดูและรักษาและให้ความสำคัญกับดวงตาจึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจมากๆ เพราะหากว่าเราไม่มีการดูและรักษาดวงตาของเราให้ดีนั้นก็อาจจะนำมาซึ่งอาการเรื้อรังทางดวงตาได้นั่นเอง การดูแลรักษาดวงตานั้นก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากและสามารถทำได้เองในทุกวัน และหากมีการทำจนเป็นวินัยก็จะทำให้ดวงตาของเรานั้นอยู่คู่กับเราและเป็นดวงตาที่สดใสให้เราไปตลอดชีวิตได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยหุ้น

เรื่องราวของตับ

 ในร่างกายของคนเรานั้นประกอบไปด้วยหลายๆอย่างมากมาย และทุกส่วนที่อยู่ในร่างกายนั้นล้วนมีความสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น อวัยวะต่างๆทั้งภายในและภายนอกต่างก็มีการเชื่อมดยงและทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ร่างกายของมนุษย์อย่างเราๆนั้นสามารถที่จะดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติสุขที่สุด

ซึ่งแน่นอนว่าอวัยวะต่างๆก็เปรียบเสมือนอะไหล่ชิ้นสำคัญที่ร่างกายไม่สามารถที่จะขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไปได้เลย และในวันนี้เราจะมาพูดถึงตับที่เป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกายที่มีความสำคัญและทำงานเป็นอะไหล่ชิ้นหนึ่งในร่างกายที่ขาดไม่ได้เลยเช่นกัน 

       สำหรับตับนั้นเรียกได้ว่าเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในร่างกายของมนุษย์อย่างเราๆและอาจจะรวมไปถึงสัตว์อีกหลายชนิดบนโลกใบนี้อีกด้วยเรียกได้ว่าตับนั้นมีความสำคัญเป็นอันมากเลยทีเดียว โดยที่ตับของคนเรานั้นจะอยู่ในส่วนบริเวณของฝั่งที่เป็นชายโครงทางด้านขวาโดยจะอยู่ในส่วนของใต้กระดูกซี่โครงนั่นเอง ซึ่งประมาณการน้ำหนักของตับนั้นอยู่ที่ 1.5 กิโลกรัม ซึ่งลักษณะโดยทั่วไปของตับนั้นจะมีกลีบคู่กันแยกเป็นสองกลีบสีของตับปกติทั่วไปนั้นจะเป็นสีที่ออกไปในทางค่อนข้างแดงและในส่วนที่เป็นเนื้อของตับนั้นจะมีสีที่ใกล้เคียงกันแต่จะออกไปในทางแดงที่มีการปนสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาด้วย

โดยที่ตับนั้นเปรียบได้เสมือนกับเป็นสูบศูนย์กลางที่ตั้งอยู่ในร่างกายของเรา โดยจะมีการหมุนเวียนเลือดผ่านหลอดเลือดจำนวนทั้ง 3 เส้นให้มีการไหลเข้าออกเพื่อส่งไปยังส่วนอื่นๆได้อีกต่อไปเรียกได้ว่าตับนั้นมีทั้งการรับเอาเข้ามาและมีทั้งในส่วนของการผลิตออกไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้แล้วตับเองก็มีหน้าที่อื่นอย่างการเก็บรักษา รวมไปถึงการที่ตับเองก็มีการทำหน้าที่ในการตรวจสอบคุณภาพคัดกรองก่อนที่จะการเป็นศูนย์กลางเพื่อแจกจ่ายออกไป นอกจากทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วตับเองก็ยังมีหน้าที่อย่างอื่นที่เราอาจจะนึกไม่ถึงด้วยนั่นก็คือตับนั้น

สามารถเป็นได้ทั้งส่วนที่ทำการเก็บขยะในร่างกายที่เป็นเรานี้เองทำการบริโภคเข้าไปโดยที่ตับก็จะมีการทำหน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างเลยก็คือการนำทิ้งขยะหรือเอาของเสียต่างๆในระบบร่างกายของมนุษย์เราขับทิ้งออกไปนั่นเอง เรียกได้ว่าตับนี้เองที่เป็นดั่งศูนย์กลางที่ใช้ในการรักษาควบคุมกฎเกณฑ์หลายๆอย่างในร่างกายมนุษย์ คอยทำหน้าที่เป็นเหมือนหน่วยที่ทำการสังเคราะห์สิ่งต่างๆ

รวมไปถึงทั้งเรื่องของการผลิตและส่งออกสารหรือฮอร์โมนที่มีความจำเป็นต่อร่างกายก็เป็นหน้าที่ที่ตับนั้นได้ทำการสร้างขึ้นให้ส่วนต่างๆในร่างกายได้นำไปใช้ต่อไปตามที่ร่างกายนั้นมีความต้องการในการใช้งานผลผลิตมากมายเหล่านี้ที่ตับนั้นได้ทำการสร้างขึ้นมา และที่สำคัญคือก็เป็นหน้าที่ของตับเองด้วยเช่นกันที่มีหน้าที่ในการควบคุมการใช้งานต่างๆ

       และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวน่ารู้ของอวัยวะที่มีความสำคัญต่อระบบในร่างกายเป็นอย่างมากอย่างตับนั่นเอง เรียกได้ว่าหน้าที่ของตับนั้นเป็นหน้าที่หลักๆที่สำคัญมากๆต่อร่างกายมนุษย์อย่างเราๆมากเลยทีเดียว เมื่อทราบเช่นนี้แล้วก็อาจจะทำให้หลายๆคนเริ่มตระหนักถึงการดูแลรักษาตับของตัวเองให้สามารถทำงานให้กับร่างกายไปนานๆได้ เพื่อสุดท้ายแล้วการใส่ใจดูแลในเรื่องนี้ก็จะนำไปสู่การที่เราทุกคนจะมีสุขภาพที่ดียืนยาวต่อไปได้นั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

ยาเลื่อนประจำเดือน ทำงานอย่างไร

ยาเลื่อนประจำเดือน ทำงานอย่างไร
ยาเลื่อนประจำเดือนไม่อาจจะใช้ชดเชยยาคุมได้ เพราะไม่มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันการมีครรภ์
ยาเลื่อนประจำเดือน จะได้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับคนที่มีรอบเดือนมาเป็นประจำ รวมทั้งทราบวันที่จะมีประจำเดือนที่แน่ๆ
สำหรับคนที่มีเลือดไหลแบบผิดปกติ ควรจะเจอหมอเพื่อตรวจค้นต้นสายปลายเหตุที่ชัดเจนซะก่อน เหตุเพราะการกินยาเลื่อนรอบเดือนบางทีอาจบังอาการโรคได้
ยาเลื่อนรอบเดือน เป็นทางออกของผู้หญิงที่ไม่ต้องการให้การมีรอบเดือนมาเกิดเรื่องกวนใจเพราะว่าหลายคราที่ขอเลื่อนแผนท่องเที่ยว ขยับแล้วขยับอีกก็ไม่ลงตัว การหันไป “เลื่อนรอบเดือน” ก็เลยเป็นทางออกที่ดีมากกว่า

ยาเลื่อนรอบเดือนออกฤทธิ์เช่นไร?
สตรีทุกๆ คนที่ถึงวัยเจริญพันธุ์จะมีเลือดไหลจากช่องคลอดหรือรอบเดือน ในทุกๆ28-30 วัน โดยภายหลังจากมีรอบเดือนแล้วกรรมวิธีภายในร่างกายจะกระทำคัดเลือกไข่จัดเตรียมไว้กระทั่งไปถึงกึ่งกลางรอบเดือน สำหรับคนที่มีรอบเดือนตรงสม่ำเสมอทุกเดือน 28-30 วัน โดยประมาณวันที่ 14-15 นับตั้งแต่การมีรอบเดือนวันแรก จะเป็นวันตกไข่ ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) ขึ้นมา ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนาตัวขึ้นเพื่อรองรับตัวอ่อน โดยประมาณ 2 อาทิตย์ ถ้าเกิดว่าไม่มีการมีท้องเกิดขึ้น สมองจะสั่งให้หยุดสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เยื่อบุโพรงมดลูกที่หนานั้น ก็จะหลุดออกมาทุกๆ เดือน

ยาเลื่อนรอบเดือน หรือ ยาเลื่อนเมนส์ เป็นฮอร์โมนกรุ๊ปโปรเจสเตอโรน ก็เลยช่วยปรับให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่ดกตัวนั้นไม่หลุดออกมา สำหรับคนที่ปรารถนาเลื่อนรอบเดือน จำเป็นต้องทราบวันที่มีรอบเดือนของตนที่แน่ๆ อย่างเช่น เมนส์มาทุกวันที่ 29 แล้วก็มาบ่อยๆ 2-3 วัน แปลว่าไข่ตกโดยประมาณวันที่ 14-15 โดยเหตุนั้นถ้าหากต้องการเลื่อนรอบเดือนออกไปก็จำเป็นต้องทำให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนยังคงอยู่ โดยการบังคับธรรมชาติให้สร้างฮอร์โมนมาในตอนกึ่งกลางรอบเดือน ซึ่งทำได้ด้วยการกินฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเข้าไป ตามปริมาณวันที่ปรารถนาจะเลื่อน แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยหยุดรับประทานยา ซึ่งเมื่อหยุดยา เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดออกมากลายเป็นประจำเดือน

2 พฤติกรรมยอดแย่ทำลายสมอง

ใครๆ ก็คงรู้ดีว่าพฤติกรรมไหนที่เรียกว่าดี พฤติกรรมไหนที่เรียกว่าไม่ดี แต่ตลกร้ายที่ทุกคนดันทำพฤติกรรมไม่ดี จนติดเป็นนิสัยเคยชินไปแล้ว และกลับมองว่ามันเป็นเรื่องที่เฉยๆ ใครๆ ก็ทำกัน และน่าแปลกที่บางทีคนรอบข้างก็ไม่ได้คอยเตือนแต่อย่างใด วันนี้เรามีพฤติกรรมแย่ๆ 2 พฤติกรรมทำลายสมองมาเตือนทุกคนกัน

1. ฝืนทำงานแม้ว่าร่างกายเจ็บป่วย
หลายคนบอกว่าชีวิตการทำงานมันต้องไปให้สุด ยิ่งตั้งใจทำงานมากเจ้านายยิ่งเอ็นดู ยิ่งขยันยิ่งต้องได้ผลตอบแทนที่ดี หรือ บางคนต้องมาทำงานเพราะกลัวว่าเจ้านายจะว่าถ้าลาป่วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่ร่างกายกำลังเจ็บป่วยอยู่แต่ยังดื้อดึงฝืนลุกไปทำงาน จะทำให้สมองของคุณต้องทำงานเพิ่มเป็นสองเท่า เนื่องจากสมองกำลังสั่งและประมวลผลให้ร่างกายของคุณต่อสู้กับเชื้อโรค และต้องการการพักผ่อนเพื่อเยียวยาหรือซ่อมแซมส่วนที่สูยหายไปของร่างกายเพื่อให้อาการดีขึ้น ดังนั้นการฝืนทำงานแม้ว่าร่างกายจะเจ็บป่วย เท่ากับเป็นการทำร้ายสมองของคุณเองเช่นกัน

2. เซิร์ชกูเกิ้ลจนเป็นนิสัย
ในยุคสมัยที่คิดอะไรไม่ออก หรือ อยากรู้อะไรก็เซิร์จหาในกูเกิ้ล เรียกได้ว่าอาการเจ็บป่วยแบบนี้คืออะไรก็ต้องพึ่งพากูลเกิ้ล ไม่ยอมไปหาหมอซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็กลายเป็นพฤติกรรมที่ทำร้ายสมองและทำร้ายสุขภาพของตัวเองโดยไม่รู้ตัว เพราะในอดีตนั้นความจำของเราจะถูกสร้างจากการท่องจำ ได้เขียน หรือ อ่าน ข้อความนั้นบ่อยๆ และทำให้ข้อมูลเหล่านั้นอยู่ในความทรงจำระยะยาว จนกระทั่งเมื่อโลกนี้เปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัล ที่ทุกอย่างสามารถค้นหาได้จาก กูเกิ้ล ส่งผลในด้านความทรงจำ เพราะทำให้คุณมีความจำสั้นลง ไม่ว่าจะเป็นการจำคำศัพท์ หรือ ข้อมูลสั้น ๆ หลายคนก็ไม่สามารถจำได้แล้ว ดังนั้นพฤติกรรมที่คิดอะไรไม่ออก ก็เซิร์จกูเกิ้ลจนเป็นนิสัย ก็อาจจะต้องเพลา ๆ ลงบ้าง

ดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคปอดอักเสบ

โรคปอดอักเสบคืออะไร ?
โรคปอดอักเสบ (pneumonitis) คือ อาการอักเสบของเนื้อปอดที่เรียกว่าปอดบวมหรือโรคปอดอักเสบ เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ คือ ปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น การหายใจเอาฝุ่น ควัน หรือสารเคมีทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ ก็อาจทำให้เกิดภาวะปอดบวมได้เช่นเดียวกัน และปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อหรือที่เรียกว่า pneumonia ซึ่งพบได้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา จนทำให้เกิดการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบ โรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อนั้นมีความอันตรายต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ เนื่องจากบางครั้งหากติดเชื้ออาจรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
โรคปอดอักเสบสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัยแต่ในกรณีของปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อมักพบบ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบและผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

สาเหตุต่าง ๆ ของการติดเชื้อเกิดขึ้นได้ทั้งจากการ
– ไอ จาม หรือหายใจรดกัน ซึ่งเป็นการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศเข้าสู่ปอดโดยตรง
– การสำลักเชื้อที่สะสมอยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงสู่ปอด เช่น สำลักน้ำลาย อาหาร หรือสารคัดหลั่งในทางเดินอาหาร
– ผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อที่อวัยวะส่วนอื่นมาก่อนอาจเกิดภาวะการแพร่กระจายของเชื้อตามกระแสโลหิตจนลุกลามไปสู่ปอดและอวัยวะข้างเคียงได้

ข้อสังเกตง่าย ๆ สำหรับผู้ที่มีอาการของปอดติดเชื้อคือ
– ไอมีเสมหะ
– เจ็บหน้าอกขณะหายใจหรือไอ
– หายใจเร็ว หายใจหอบ หายใจลำบาก
– มีไข้ เหงื่อออก
– หนาวสั่นคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียอ่อนเพลีย

หากเกิดในผู้สูงอายุอาจมีอาการซึม ความรู้สึกสับสน อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ ส่วนเด็กเล็กอาจมีอาการท้องอืด อาเจียน ซึม ไม่ดูดนมหรือน้ำซึ่งระดับความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
อย่างไรก็ตามหากสำรวจดูแล้วว่าสิ่งที่เป็นมีอาการเบื้องต้นของปอดอักเสบควรไปพบแพทย์ทันทีเบื้องต้นแพทย์จะวินิจฉัยโรคปอดอักเสบโดยใช้การซักประวัติร่วมกับการตรวจร่างกาย

ข้อแนะนำการดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันการเกิดโรคปอดอักเสบ
1. ไม่สูบบุหรี่
2. ดูแลสุขอนามัยส่วนตัว เช่น หมั่นล้างมือเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนหนาแน่น
3. หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควันไฟ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หรืออากาศที่หนาวเย็นเมื่อเป็นหวัด หรือไข้หวัดใหญ่อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรักษาให้หายขาดแต่เนิ่น ๆ
4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้เพื่อ สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง